หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

The Diary

Diary Su.09/09/2012

    วันนี้วันอาทิตย์ทั้งทีต้องไปร.ร.ซะงั้น แต่ว่านะ จขบ. "ไม่ได้ไป" = [  ] = 

    จขบ.ไม่สบาย ลุกไม่ขึ้นไม่ได้ไปร.ร. แล้วดันมีสอบชีวฯย่อยด้วย จขบ.จะตาย แงๆ เขาบอกว่าคนบ้าไม่สบายยากมากๆไม่ใช่เหรอ แล้วทำไหม จขบ.เป็นซะง่ายๆล่ะนั้น

    จขบ.ยอมรับ จขบ.เริ่มเป็นหวัดแล้ว ก็ช่วงนี้เดี๋ยวฝนก็ตก แดดก็ออก ให้ตายเถอะ ปรับตัวไม่ทันแล้วนะ

    อยู่บ้านเฉยๆก็กะไรอยู่ จขบ.เลยนั่งเคลียงานล่ะกัน

   ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำวันอาทิตย์เนอะ วันหยุดแท้ๆ บ้าจังเลยน้าาา

   อ๊ะ !! ลืมไปเลย จขบ.ทำโทรศัพท์หายอ่ะ T^T I'm sad เสียดายเมมโมรี่ กับพวงกุญแจที่เอาห้อยอ่ะ จขบ.ได้มา หาซื้อไม่ได้นะสิ ได้จากงานมีทติ้งทั้งที่ เสียดายมากๆเลย แล้วจขบ.ใช่เบอร์นี้มาตั้ง 4 ปี ไม่เคยเปลี่ยนเลยด้วย

   เฮ้อ ทำใจแต่ว่านะ สักพักคงได้เบอร์เดิมแล้วล่ะ บอก Call Center ไปแล้วล่ะ

   อ๊ากกกกกก ดราม่าอีกแล้ว จขบ.ไปดีกว่า ไปหาเรื่องจบดราม่ากัยเถอะ เนะ > w <



 
ภายในเรื่องเศร้าเสียใจ มันยังมีเรื่องดีๆอยู่เสมอนะ !!

The Diary

Diary  F.07/09/2012

   เย้ ดำเนินมาถึงวันศุกร์แล้ว นอนดึกได้แล้วววว > <

   จะบอกว่าตอนนี้ จขบ. ติด The Sixth Sense อ่า มันเป็นอะไรที่ชอบมากเลยล่ะ จขบ.นะ ไม่ได้ดูละครมาเกือบปีได้แล้วมั้ง จขบ.วามันน่าเบื่ออ่ะ

   อ๊ะ !! ความคิดเห็นส่วนตัวของจขบ.นะ อย่ามาว่าจขบ.ดูไม่ทุกเรื่องล่ะ จขบ.เลือกดู ชิๆ

   เพื่อนถามจขบ.ว่าอยากเป็นใครใน 5 คนนั้น จขบ.อยากเป็น"กรรัมภา"ล่ะ จขบ.ว่าการที่เราสามารถจับต้องอะไรแล้วเห็นสิ่งที่ไม่มีทางเห็นได้ อย่างอดีตของคนนั้น สิ่งนั้น หรือเรื่องราวที่มาที่ไปนั้นก็เหมือนกัน จขบ.ว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ

   แต่ไม่มีใครมีความสุขหรือชอบเรื่องลี้ลับแบบนี้หรอกนะ หากว่ามันเกิดขึ้นกับตัวเองนะ มันคงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากอยู่เหมือนกัน ที่เราเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น หรือสัมผัสในสิ่งที่ไม่มีใครรับรู้กับเราได้นั้นนะ

   จขบ.เป็นคนที่กลัวผีมากอยู่ เพราะงั้นเวลาดูเรื่องนี้ จขบ.จะไม่ดูคนเดียว ก็คนมันกลัวอ่ะ =3=
   นั้นสินะ คนเราความคิดไม่เหมือนกันหรอก ตอนนี้จขบ.ขี้เกียจซะแล้วล่ะ อิอิ

   วันนี้จขบ.ได้ตังมาเยอะเยะเลยล่ะ แต่เอามาใช้ไม่ได้ จี้กันตรงนี้แหละ เหอๆๆ ช่างมันเนอะ เรื่องเล็กน้อย >< 

   วันอาทิตย์ต้องไปเรียนอีกอ่า ร.ร.เขาหยุด แต่เราต้องเรียน เหนื่อยเลยนะเนี้ย

   วันนี้จขบ.ลาก่อนแล้วกัน ไปก่อนล่ะ บะบาย




                                                                                                       

Fiction ~

Fiction
 
    fic หรือ ฟิค ที่เราเรียกย่อๆกันมานั้น หากนำมาแปลจากภาษาอังกฤษ fiction จะหมายถึง บันเทิงคดี,เรื่องโกหก,หนังสืออ่านเล่นประมาณนี้
 
Fiction มี 2 แบบ
  - Original Fiction คือ ฟิคที่แต่งขึ้นมาเองโดยไม่ได้เอาเรื่องอื่นๆมาอ้างอิงหรือพูดถึง ทั้งเนื้อหา แก่นเรื่องและตัวละครล้วนแต่งขึ้นมาเองทั้งนั้น
  - Fan Fiction คือ ฟิคที่แต่งขึ้นมาโดยอ้างอิงหรือพูดถึงงานหรือสิ่งที่มีอยู่แล้ว ดูตามลักษณะแล้วฟิคนี้จะแต่งง่ายกว่า Ori Fictionเพราะมีข้อมูลของสิ่งที่พูดถึงอยู่แล้ว
 
    Fiction กับ Novel มีความแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งหากแปลตรงตัวแล้ว fic จะหมายถึงเรื่องแต่งขึ้นมาตามจินตนาการนั้นเอง ส่วน novel หมายถึงนิยายที่ได้ถูกเขียนขึ้น ซึ่งมีความคล้ายคลีงกันพอสมควร (ในความคิดของ จขบ. นะ ) 
 
   ซึ่งฟิคได้มีการแบ่งแยกเรทหรือการแบ่งประเภทผู้อ่านดังนี้
การแบ่งแยกเรทของฟิค
G          >>   เหมาะสำหรับทุกวัย
PG        >>   ผู้ปกครองควรพิจารณา
PG-13   >>   ผู้ปกครองควรพิจารณา ไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13
R           >>   ผู้ปกครองควรพิจารณา เนื้อหารุนแรง สำหรับเด็กโต(วัยรุ่น)
NC-17   >>  เนื้อหาและฉากรุนแรงมาก ห้ามเด็กอายุต่ำว่า 17 (เลขที่ต่อท้ายNCจะมีเพิ่มขึ้นตามเนื้อหาที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย)
 
   fic ค่อนข้างหาอ่านได้ง่ายในอินเทอร์เน็ต แต่เราควรจะดูเรทการอ่านก่อนที่จะอ่านเนื้อหา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ผู้เขียนเองก็เช่นกัน ควรเขียนเรทติดหัวชื่อเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบด้วย
 
ปล.ถ้าจขบ.ว่างๆหรืออารมณ์แบบไหนไม่อาจทราบ จขบ.จะเอาฟิคของจขบ.มาลงล่ะกันนะ วันนี้ไปก่อนล่ะ บายๆ จุ๊บๆ

The Diary

Diary M.03/09/2012
  
   วันนี้เป็นวันที่ทุกคนไม่อยากลุกจากที่นอน เหมือนจขบ.สินะ วันจันทร์นี้แหละนะ แต่ก็ต้องลุกล่ะนะ
 
   วันนี้จขบ.ก็ต้องไปร.ร.ดังเช่นทุกวัน เรียนเหมือนปกติ แต่จขบ.งานค้างเยอะไปไหมเนี้ย เครียดเลย เหนื่อยตรงที่ต้องทำงานนี้แหละนะ

   ก็ไม่รู้ว่าทำไมเวลาเรียนไม่ค่อยสนใจ แต่เข้าใจเนอะ แปลกดีเหมือนกัน วันจันทร์แบบนี้ก็ยังเป็นวันเริ่มต้นอะไรหลายๆอย่างที่ดีกับตัวเองได้ด้วย

   จขบ.มีของจะอวดด้วยล่ะ จำDiary วันก่อนได้ไหมที่ จขบ.จะทำอีกตัวนะ จขบ.ทำแล้วนะ แต่ยังไม่ให้ดูหรอก เล่าอะไรให้ฟังก่อน ตามอ่านข้างล่างนะ
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
ก็แค่จะบอกว่า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
ไม่มีเรื่องเล่าแล้วล่ะ ><
 
ดูกันดีกว่า อีกตัวหนึ่งกันเถอะ
 
 
อุกิ้วๆ จขบ.ชอบคู่นี้ อิอิ >///<
 


Otaku ~

Otaku
 
   โอตาคุ หรือ โอทาคุ มีความหมายมาจากภาษาญี่ปุ่น  เป็นคำเรียกบุคคลอีกประเภทที่มีความสนใจในสิ่งที่ตนชอบอย่างเกินปกติ และมีความสามารถในการเข้าสังคมไม่สูง เดิมทีนั้น โอตาคุ มีความหมายว่า "บ้านของคุณ" ต่อมาก็ถูกนำมาเรียกใช้กับแฟนคลับอะนิเมะ มังงะ แต่ความหมายที่แท้จริงญี่ปุ่นใช้ในเชิงดูถูกและรังเกียจ จนมีคำเปรียบเทีบยของโอตาคุ แบบนี้
 
O -obnoxious     สันดานแย่ ไม่น่าคบ
T -tuacky           ซกมก
A -aggravate      น่ารำคาญ
K -klutz             สมองกลวง
U -ugly              อุบาทว์
 
   โอตาคุ เป็นคนที่มีลักษณะที่คลั่งไคล้หลงใหลในเรื่องต่างๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการ์ตูนอย่างเดียว เช่น หนัง ดารา เกมส์ ฯลฯ  แต่คำว่าโอตาคุในไทยนั้นมีความหมายว่า พวกที่คลั่งไคล้ การ์ตูน อนิเมฯ เกมส์ พวกนี้ ส่วนใหญ่จะถูกมองจากสายตาของบุคคลทั่วๆไป ว่ามันไร้สาระ ใช้เงินฟุ่มเฟือยกับของที่เกี่ยวกับพวกนี้ในราคาแพงๆ แต่ว่า โอตาคุ ก็ไม่ใช่คนไม่ดีนะ เพียงแค่ว่าคนกลุ่มนี้ค้อนข้างมีโลกเป็นของตัวเอง ค่อนข้างมาก ทำให้บางครั้งทำให้เข้ากับบุคคลหรือสังคมอื่นได้ยาก
 
 
สายพลัง & ลัทธิ
Lolicon พวกคนที่รักเด็กผู้หญิง อยู่สายนี้นานๆอาจมีคุก
Shotacon พวกคนที่รักเด็กผู้ชาย อยู่สายนี้นานๆอาจมีคุกเช่นกัน
Obacon พวกที่รักผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าตัวเองจนอาจถึงแก่ไปเลย
Ojicon พวกที่รักผู้ชายมีอายุมากกว่าตัวเองหรืออาจมากกว่าจนเลยก็ได้
Shonen ai ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายกะชาย [ไม่ติดเรท]
Yaoi กลุ่มสงวนพันธ์ป่าไม้ ง่ายๆชอบพวกชอบเพศเดียกันชาย [Seme Y สายรุก][Uke Y สายรับ] [ Y สายรับ]
Yuri สมาคมอนุรักษ์ดนตรีไทย ง่ายๆชอบพวกชอบผู้หญิงหญิงเพศเดียกัน [Seme Y สายรุก][Uke Y สายรับ]
GuRo พวกที่ชอบการชำแหละ เลือด ฆ่า เครื่องใน ไส้
Ecchi ลามกเล็กๆ ทะลึ่งหน่อยๆ
Hentai หนักกว่า Ecchi ขนาดที่ คุก กวักมือเรียก เอาง่ายๆ วิตถาร น่ะ
SM Sadism&Masokism กลุ่มคนที่นิยมใช้ โซ่ เทียน แส้ กุญแจมือ
Maho กลุ่มคนที่ชอบสาวน้อยเวทมนต์
Maid กลุ่มคนที่ชอบชุดสาวใช้ สาวเสริฟ
Miko กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ชอบสตรีในชุดขาวแดง [มิโกะ เป็น ผู้รับใช้พระเจ้าเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้า]
Megane สมาคมที่มีอยู่เพิ่มไม่ให้ แว่นตา หายไปจากโลกนี้ [พวกชอบหนุ่มสาวที่ใส่แว่น]
Kemono คนที่ชอบ พวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคนมากกว่าสัตว์ ยืนได้ พูดได้เป็นต้น
Mimi พวกคลั่งหู จะรวมๆใน พวกหูแมว หมา กาไก่
Nekomimi กลุ่มคนที่คลั่งไคล้ หูแมว และหางแมว
Inumimi ครายๆกับ Nekomimi แต่จะเป็น หูหมาหางหมาแทน
Kinniku พวกที่ชอบจนถึงคลั่งไคล้ในมนุยษ์จำพวกที่มีกล้ามใหญ่ๆ
Incent รักต้องห้าม [พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง]
Siscon พวกบ้าพี่สายน้องสาว
Bracon  พวกบ้าพี่ชายน้องชาย
 
 


 
 
   โอตาคุ ก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอก มันขึ้นอยู่กับว่าเรามองอย่างไรต่างหาก  แต่ที่จริงแล้ว เราไม่ควรใช้คำว่าโอตาคุเพราะเป็นคำที่มีความหมายค่อนข้งไม่ดีเท่าไร หากจะใช้ น่าจะใช่คำว่าแฟนพันธุ์มากกว่า
 
   อย่าลืมล่ะ โอตาคุเป็นเป็นคนประเภทหนึ่งที่มีในสังคม อย่านำไปคิดมากหรือนำไปสร้างปัญหาที่อาจก่อให้เกิดแก่ตนเอง คนรอบข้าง หรือคนที่เราไม่รู้จักอีกเลย จขบ.ขอ (เคยโดนมาบ้างแล้ว)



Cosplay ~

Cosplay 

   Cosplay มาจากคำว่า  Costume ที่แปลว่า การแต่งตัว กับ Play ที่แปลว่าเล่น เมื่อนำมารวมกันก็มาถึง การเล่นกับเสื้อผ้านั้นเอง ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะที่ไม่มีการบัญญัติในภาษาอังกฤษนั้น ทั้งนี้ ก็มีอีกนิยามว่า Cosplay มาจาก Costume+Roleplay ซึ่งคำว่า Roleplay นี้แปลว่า สวมบทบาท ซึ่งก็จะทำให้นิยามความหมายได้ชัดกว่าคือ "การแต่งกายสวมบทบาท" แต่นิยามให้ชัดเจนที่สุดคือ "การแต่งตัวเลียนแบบ"

   เรามักจะเรียกคนแต่งตัวเช่นนี้ว่า เลเยอร์ มาจากคำหลังของคำว่า cosplayer เรียกเหลือแค่ layer สิ่งที่สำคัญที่สุดของเลเยอร์ไม่ใช่การแต่งกายที่เหมือน แต่เป็นการเลียนแบบตัวละครนั้นๆให้เหมือน เพื่อเป็นการให้เกียรติต่อตัวละครหรือต้นแบบที่เราแต่งเลียนแบบด้วย

   สำหรับในไทยนั้น ที่นิยมมากที่สุด เช่น

- คอสเพลย์การ์ตูน












- คอสเพลย์เกม













- คอสเพลย์ J-Rock












- คอสเพลย์ตามศิลปิน













- คอสเพลย์ตามตัวละครซุปเปอร์ฮี่โร่















- คอสเพลย์ตามนิยาย










- คอสเพลย์ตามภาพยนตร์หรือละคร
 
 
   cosplay ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อ 2525 ซึ่งงานดังกล่าวได้ไม่ได้มีความหมายโดยตรงกับงานคอสเพลย์ แต่เป็น"งานมหกรรมช่อง 9 การ์ตูน ส่งท้ายปี 2525 รับปีใหม่ปี 2526" ซึ่งมีการเปิดประกวดแต่งกายตัวการ์ตูน โดยมีเด็กๆได้เข้าประกวดเป็นจำนวนมาก
 
  ต่อมาได้ขยายได้รวมถึงการแต่งตัวตาม J-Rock และ การแต่งตัวตามเกม จากการจัดงานนี้ ทำให้มีการขยายตัวมากขึ้น จนมีการจัดงานคอสเพลย์ในกรุงเทพฯ จนมาถึงต่างจังหวัด  โดยงานแรกๆนั้นเป็นงานการ์ตูนของทาง ชมรมการ์ตูนเชียงใหม่ ซึ่งได้จัดงาน เชียงใหม่การ์ตูนและอนิเมชั่น ซึ่งงานที่คอสเพลย์เริ่มมีบทบาทในงานอย่างชัดเจน  
 
   ปัจจุบันได้มีความสากลมากขึ้น ถึงแม้ในประเทศไทยจะมีเป็นบางกลุ่มที่รู้จักและยอมรับ แต่ก็ยังถือว่าีคนรู้จักและร่วมมากขึ้น ปัจจุบันมีการแข่งขัน World Cosplay Summit  ที่มีการนำเลเยอร์ของแต่ละประเทศไปแข่งขันการแสดงคอสเพลย์นั้นๆด้วย ซึ่งได้จัด World Cosplay Summit  ในปี 2003 และประเทศไทยได้ร่วมลงแข่งขันในปี 2006 จนปัจจุบัน มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 20 ประเทศ(วัดในปี 2012) และประเทศไทยเคยได้รับรางวัลจาก World Cosplay Summit  ในปี 2010 โดยเลยเยอร์ Alexis Seiz และ Por คือได้รางวัลที่ 2 และ เป็นรางวัลพิเศษจาก Brother
 

 

                                               Por                                                      Seiz


   แต่อย่างไรก็ตามคอสเพลย์ยังเป็นที่นิยมของคนบางกลุ่มเท่านั้น หากใครไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วย ไม่ควรเอาไปประนาม ต่อว่า หรือว่าร้าย เพราะคอสเพลย์ไม่ได้ทำร้ายหรือทำลายใคร คอสเพลย์ถือเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งได้ด้วย

   ในวงการคอสเพลย์นั้นมีคนหลายรูปแบบดังนั้น ตัวเลยเยอร์เอง ตากล้อง หรือบุคคลอื่นๆ ก็เป็นคนเหมือนกันทั้งนั้น อย่าได้ทำในสิ่งที่ทำให้มันดูย่ำแย่ หรือสร้างปัญหาให้แก่กันเลย เพราะอย่างไรก็ดี วงการคอสเพลย์ยังต้องการเลยเยอร์ดีๆ ตากล้องดีๆ และผู้ช่วยเหลือส่งเสริมเลเยอร์เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้ ♨

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

Game ~

Game

   เกม เป็นสิ่งที่เราได้ยินกันมาและคิดว่าทุกคนคงเคยได้เล่นตั้งแต่จำความได้กันแล้ว เกมป็นลักษณะของกิจกรรมของมนุษย์เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อความสนุกสนานบันเทิง เพื่อฝึกทักษะ และเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น และในบางครั้งอาจใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาได้

   เกมประกอบด้วยเป้าหมาย กฎเกณฑ์ การแข่งขันและปฏิสัมพันธ์ เกมมักจะเป็นการแข่งขันทางจิตใจหรือด้านร่างกาย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดพัฒนาการของทักษะ ใช้เป็นรูปแบบของการออกกำลังกาย หรือการศึกษา บทบาทสมมุติและจิตศาสตร์ เป็นต้น

ประเภทเนื้อหาของเกม
1.เกมเบื้องต้น  (Preliminary game)  เป็นเกมที่ไม่มีระเบียบแบบแผน สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น
2.เกมที่สร้างขึ้น (Structured game) เป็นเกมที่สร้างขึ้นอย่างมีจุดหมายเป็นไปตามแนวคิดรวบยอดให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการ เกมลักษณะนี้ คือเกมที่สร้างให้ผู้เล่นเกิดความเข้าใจตามจุดมุ่งหมายของเกม เมื่อเล่นเกมมากขึ้นก็จะเข้าใจยิ่งขึ้น
3.เกมฝึกหัด (Practice Game)  เป็นเกมที่เน้นความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาในการเรียนรู้
4.เกมพัฒนาการ (Developmental game)  เป็นเกมที่ส่งเสริมให้ผู้เล่นได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
5.เกมยุทธวิธี (Strategy game)  เป็นเกมที่ผู้เล่นคิดหาแนวทางเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์นั้นๆโดยเฉพาะ
6.เกมเสริมแรง  (Reinforcement game)  เป็นเกมที่ช่วยให้ผู้เล่นได้เรียนรู้พื้นฐานต่างๆและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ

ประเภทของเกม 

-เกมกีฬา 










-เกมการละเล่น









-เกมกระดาน



-เกมพนัน









-เกมไพ่










-เกมการ์ด








-เกมบุ๊ค หรือเกมหนังสือ 











-เกมอิเล็กทรอนิกส์
   เกมเครื่องพื้นฐาน -  X-BOX


  







   เกมเครื่องพกพา - PSP

  







   เกมคอมพิวเตอร์ - PC

  







   เกมตู้ - เกมหยอกเหรียญ










   ในปัจจุบันเกมกับการ์ตูนหรืออะนิเมะมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันแล้ว หลายๆคนคงเคยได้ยินมาบ้าง กับเกมต่อสู้ เกมจีบสาว เกมจีบหนุ่ม รวมทั้งเกมยาโออิ ที่ญี่ปุ่นได้นำเนื้อเรื่องจากเกมมาสร้างเป็นอะนิเมะหลายเรื่อง อาทิ 
Tokimeki Memoral

Uta no Prince-sama ~ Maji Love 1000%


Togainu no Chi


   เกมมีไว้เพื่อผ่อนคลายจากความเครียดและเพื่อสร้างความสนุก อย่าใส่ใจกับมันมากจนไปเกินไป แล้วอย่าหลงไหลกับมันมาก เดียวมันจะไม่ใช่เพื่อความสนุกนะ 

  อย่าเล่นจนไม่ทำการทำงาน การบ้านไม่ทำนะ เล่นได้แต่อย่าติดจนกลายเป็นสิ่งเสพติด มันจะเกิดผลเสียกับเราเอง จขบ.นานๆจะเล่นเลย // เล่นไม่นานอยู่แล้ว